ซาอุฯหวังไทย ไม่เลิกล้ม ล่าตัวมือฆ่าทูต
อุปทูตซาอุฯ ชี้คดีฆ่านักการทูตซาอุเมื่อปี 33 ต้องถูกยกให้เป็นเรื่องของความมั่นคงของชาติ ไม่ควรถูกจำกัดด้วยอายุความ มั่นใจทางการไทยจะปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง ที่จะล่าตัว "อาบู อาลี" มาดำเนินคดี..
ความคืบหน้าคดีฆาตกรรมนักการทูตซาอุดีอาระเบีย ประกอบด้วย นายอัลลุเลาะห์ เอ. อัล เบซารีห์ เลขานุการโท นายฟาฮัด เอแซด. อัลบาฮลี เลขานุการโท และนายอาหะหมัด เอ.อัลชาอีพ ผู้ช่วยเลขานุการ สถานทูตซาอุดีอาระเบีย ประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2533 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้สรุปสำนวนการสอบสวนส่งอัยการ และอัยการมีความเห็นให้ออกหมายจับ นายอาบู อาลี ชาวอาหรับ ส่งฟ้องศาลเมื่อเดือน ธ.ค. 2552 จากนั้นเมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2553 คณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ได้เดินทางไปกรุงริยอง ประเทศฝรั่งเศส เพื่อนำหมายจับและภาพสเกตช์ตำหนิรูปพรรณสัณฐานของนายอาบู อาลี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นคนร้าย ที่ได้จากการสอบพยานบุคคลไปมอบให้กับสำนักเลขาธิการตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล เพื่อประสานให้ช่วยเผยแพร่หมายจับดังกล่าวไปยัง 190 ประเทศสมาชิก เพื่อติดตามตัวผู้ต้องหา แต่ทางตำรวจสากลปฏิเสธไม่สามารถนำหมายจับผู้ต้องหาคนนี้ ให้ตำรวจสากลทั่วโลก ช่วยจับกุมได้ เพราะมีข้อมูลเกี่ยวกับคนร้ายไม่เพียงพอ ทั้งในส่วนของตำหนิ รูปพรรณ วันเดือน ปีเกิด หรือสัญชาติของคนร้ายที่ไม่ชัดเจน ขณะที่คดีดังกล่าวได้หมดอายุความไปเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมานั้นเมื่อ วันที่ 8 ก.พ. นายนาบิล เอช เอช อัชรี (Nabil H. H. Ashri) อุปทูตซาอุดีอาระเบีย ประจำประเทศไทย เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์ ว่า กรณีคดีหมดอายุความนั้น ส่วนตัวเห็นว่ามีปัจจัยใหญ่ๆ หลายปัจจัยด้วยกันที่เกี่ยวข้อง และต้องนำมาพิจารณา ประการแรก คือ คดีดังกล่าวที่เกิดขึ้นเป็นคดีพิเศษ ประการที่สอง อายุความของคดีได้ถูกกำหนดโดยกฎหมายไทย ซึ่งด้านหนึ่ง ตนเชื่อว่าคดีสังหารนักการทูตนี้เป็นคดีพิเศษมาก เพราะพวกเขาได้รับเอกสิทธ์การรักษาความปลอดภัยจากการกระทำความผิดทาง อาชญากรรมภายใต้ข้อตกลงทางการทูตระหว่างประเทศในขณะที่พวกเขาดำรงตำแหน่ง อยู่ ณ ประเทศนั้นๆ คดีนี้ถือว่าเป็นคดีอาชญากรรมข้ามชาติ และการก่อการร้ายข้ามชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูต ทางเศรษฐกิจ และทางสังคมระหว่างสองประเทศ
ประเด็นเหล่านี้ควรได้รับ การยกระดับ ให้เป็นเรื่องความมั่นคงของชาติ และอาจจะต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ หรือมีการใช้เครื่องมือทางกฎหมายเป็นพิเศษเพื่อจัดการกับเรื่องดังกล่าว และอีกด้านหนึ่ง ปรากฏว่าประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกได้พิจารณา ระงับกฎระเบียบของข้อจำกัด หรือสอดแทรก เริ่มต้นใหม่ในเวลาใดก็ตาม ได้ในระหว่างการสืบสวน เมื่อมีความคืบหน้า หรือมีองค์ประกอบใหม่ที่เกี่ยวข้องกับคดี เช่น หลักฐานใหม่, พระราชบัญญัติใหม่ของการสืบสวน, ข้อกล่าวหาใหม่, หรือผู้ต้องสงสัยคนใหม่ในคดี เป็นต้น และเป็นปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือระยะเวลาที่ใช้ไปในการสืบสวน ที่ไม่เกิดขึ้นตามจริง หรือช่วงเวลาดำเนินคดี หรือระยะเวลาที่คดีถูกเลื่อนออกไปโดยเงื่อนไขของกฎหมาย ซึ่งโดยปกติจะถูกละเลยไปจากวันที่เริ่มต้นการนับอายุความ เพื่อที่ช่วงเวลานี้จะบ่งบอกถึงสถานการณ์บางอย่าง
อุปทูตซาอุฯ กล่าวต่อว่า ที่สำคัญที่สุด ข้อยกเว้นต่างๆ ที่อาจจะหาหนทางในการยืดเยื้อคดีออกไป หรือเลิกล้มข้อจำกัดต่างๆ ในคดี อันนี้รวมถึงวิธีการทุจริตต่อศาล หรือในการสืบสวน อาชญากรรมระหว่างประเทศ การก่อการร้าย และอาชญากรรมที่เลวร้าย
"ในที่นี้ผมหมายถึงการ ฆาตกรรม การข่มขืน การกระทำชำเราผู้เยาว์ พวกเขาปล่อยฆาตกรเลือดเย็นหลุดมือไปได้อย่างไรโดยที่ไม่มีการลงโทษหรือแม้ แต่การฟ้องศาลกระนั้นหรือ?" อุปทูตซาอุฯ กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ทางตำรวจสากลจะปฏิเสธหมายจับผู้ต้องหารายนี้ แต่ทางอุปทูตซาอุฯ ยังหวังว่า หากประเทศใดสามารถจับกุมคนร้ายรายนี้ได้ จะส่งตัวให้ทางซาอุฯ ดำเนินคดี เนื่องจากซาอุฯ มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศต่างๆ และเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มสนธิสัญญา เช่น การร่วมมือในเรื่องสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างประเทศสันนิบาตอาหรับ หรือ League of Arab States และการส่งผู้ร้ายข้ามแดนของกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ หรือ GCC (Gulf Cooperation Council) นอกจากนี้ ซาอุฯ ยังได้ทำสนธิสัญญาต่างๆ ระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ และการก่อการร้าย กับนานาประเทศ และสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ด้วย
อุปทูตซาอุฯ กล่าวย้ำว่า ซาอุฯ ไม่ยอม และจะไม่ให้การก่อการร้าย หรืออาชญากรรมข้ามชาติเกิดขึ้นได้ ซึ่งคิดว่าประเทศไทยเองคงคิดเช่นกัน ท่าทีของซาอุฯ ในประเด็นดังกล่าวชัดเจนมาตั้งแต่เริ่มต้น แม้ว่าเราไม่มีสิทธิ์เข้าไปก้าวก่ายต่อกระบวนการยุติธรรมของไทยและไม่เคยแม้ แต่จะคิด แต่ทางเราได้แถลงอย่างประนีประนอมมาตลอดว่าทางการซาอุฯ นั้นไม่ยอมรับต่อประเด็นของข้อจำกัดใดๆ ก็ตาม
"ผมขอย้ำอีกครั้ง ซึ่งผมมั่นใจว่าทางการไทยคงจะปฏิบัติตามในข้อเรียกร้อง ที่จะนำตัวผู้กระทำผิดในคดีสะเทือนขวัญนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มันเป็นสิ่งจำเป็นที่จะแสดงถึงความมีส่วนร่วมและบทบาทของกระบวนการยุติธรรม ไม่มีผู้ใดยอมทนต่อการก่อการร้ายเกิดขึ้น และเพื่อที่ป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า" อุปทูตซาอุฯ กล่าวในที่สุด.



del.icio.us
Digg
Comments (0 posted):
Post your comment