เตือนพายุลูกใหม่ 'ป้าหม่า' กระทบเหนือ-อีสาน
เตือนระวังพายุลูกใหม่ พายุป้าหม่า (Parma) จากฟิลิปปินส์ และ พายุฝนทางใต้ 2-3 วันนี้ ส่วนเหตุแผ่นดินไหวในอินโดนีเซีย ไม่กระทบ 2 เขื่อน กาญจนบุรี
วันนี้ (1 ต.ค.) นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า จากการสำรวจปริมาณน้ำล่าสุด ภายหลังที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากพายุกิสนา พบว่า บริเวณภาคอีสานที่ จ.อุบลราชธานี มีปริมาณน้ำฝนอยู่ที่ 100 มิลลิเมตร ซึ่งยังไม่วิกฤตมากนัก แม้จะมีน้ำท่วม เนื่องจากก่อนหน้านี้คาดการณ์ว่า จะมีปริมาณน้ำฝนอยู่ที่ 200 มิลลิเมตร ขณะที่ภาคเหนือ ที่เขื่อนภูมิพลพบปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นร้อยละ 56 จากปกติ มีเพียงร้อยละ 50 ซึ่งถือว่าไม่เพียงพอ สำหรับการใช้น้ำในยามแล้ง แต่จากพายุฝนดังกล่าว ทำให้น้ำมากขึ้น นับเป็นเรื่องที่ดีนายรอยล กล่าวอีกว่า ภาพรวมปีนี้ จะมีน้ำมาก โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1,400- 1,500 มิลลิเมตร ซึ่งไล่เลี่ย จากปี 2551 ที่ปริมาณ 1,520 มิลลิเมตร แต่ไม่ถึงกับก่อให้เกิดน้ำท่วมหนักเหมือนปี 2549
"นอกจากพายุกิสนาแล้ว อยากให้จับตามองพายุอื่นๆ ที่กำลังก่อตัวในฟิลิปปินส์ คือ พายุป้าหม่า (Parma) และพายุอื่นๆ อีกประมาณ 2 ลูก เพราะจากทิศทางพายุเหล่านี้ จะพัดผ่านขึ้นไปยังตอนใต้ของจีน ซึ่งหมายความว่าจะส่งผลต่อภาคอีสานและภาคเหนือของไทย แต่จากข้อมูลพบว่า พายุดังกล่าวไม่รุนแรงเท่าพายุกิสนา สิ่งที่ต้องกังวลนอกจากพายุเหล่านี้ ต้องระวังพายุฝนจากมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งจะพัดเข้าทางภาคใต้ของประเทศไทย บริเวณสตูล ภูเก็ต พังงา ระนอง โดยจะพัดเข้ามา ตั้งแต่คืนวันนี้ไปอีกประมาณ 2-3 วัน ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะรุนแรงหรือไม่" นายรอยล กล่าว
ขณะที่จากกรณีแผ่นดินไหวในประเทศต่างๆ หลายครั้ง ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ นายกิตติ ตันเจริญ ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ ได้เปิดเผยเกี่ยวกับสถานการณ์ของเขื่อนศรีนครินทร์ว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในอินโดนีเซีย 3 ครั้ง ในวันที่ 30 กันยายน - 1 ตุลาคม 2552 ขนาด 7.8 ริกเตอร์ 6 ริกเตอร์ และ 5 ริกเตอร์ ไม่ส่งผลกระทบต่อ 2 เขื่อนใหญ่ ใน จ.กาญจนบุรี โดยทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ์ ได้ตรวจสอบข้อมูลจากเครื่องตรวจวัดแผ่นดินไหว ที่ติดตั้งทั้ง 2 เขื่อน ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีแรงกระทำมาถึงตัวเขื่อน จึงขอให้วางใจว่า ทั้ง 2 เขื่อนในจังหวัดกาญจนบุรี ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ขออย่าได้วิตกกับข่าวต่างๆ”ผอ.เขื่อนศรีนครินทร์ เปิดเผยต่อว่า “ สำหรับปริมาณน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ ปัจจุบันมีปริมาณเก็บกักอยู่ที่ 173.93 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง คิดเป็นปริมาณน้ำ 15,304.12 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 2,440.98 ล้านลูกบาศก์เมตร
นาย กิตติ กล่าวต่อว่า ส่วนเขื่อนวชิราลงกรณ์ มีปริมาณน้ำเก็บกัก อยู่ที่ 152.11 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีปริมาณน้ำ 7,776.78 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 1,083.22 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้ง 2 เขื่อน ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกจำนวนมาก
ต่อมา เมื่อเวลา 11.30 น. คณะผู้นำชุมชนจากองค์การบริหารส่วนตำบลวังด้ง อ.เมืองจ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ท้ายน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนท่าทุ่งนา จำนวน 40 คน ได้เข้าเยี่ยมชมเกี่ยวกับการปล่อยน้ำ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า รวมทั้งมาตรการการดูแลรักษาความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อน พร้อมกับดูภายในอุโมงค์ที่ใช้ในการตรวจสอบการรั่วซึมของน้ำของเขื่อนศรี นครินทร์ พบว่า เขื่อนมีความมั่นคงแข็งแรงปลอดภัย
นายประเวศ สุนทรวิภาต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 จาก ต.วังด้ง กล่าวว่า การมาดูงานในครั้งนี้ ทำให้เกิดความเข้าใจในการบริหารงานในการปล่อยน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าของ เขื่อนศรีนครินทร์มากขึ้น ประกอบกับได้เข้าชมทั้งเครื่องมือตรวจสอบแผ่นดินไหว และการดูแลตัวเขื่อนของพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เขื่อนศรีนครินทร์ ทำให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น และจะนำข้อมูลที่ได้รับ ไปแจ้งให้ลูกบ้านได้ทราบ และเกิดความเข้าใจด้วย



del.icio.us
Digg
Comments (0 posted):
Post your comment