พายุกิสนาก่อตัวอีก 2ลูกจ่อเป็นไต้ฝุ่น บุกถล่มไทยพรุ่งนี้ สั่ง10จว.อีสานใต้ระวังอันตรายท่วมฉับพลัน
ผู้ สื่อข่าวรายงานล่าสุด เมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 กันยายนว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศฉบับที่ 2 เตือนภัยจากพายุกิสนา ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในช่วง 30 กันยายน ? 1 ตุลาคมนี้ เตือนให้ประชาชนในจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ระวังอันตราย สภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ บริเวณที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน
ขณะ เดียวกัน ทะเลทั้งด้านอ่าวไทยและอันดามันจะมีคลื่นสูงถึง 2 เมตร จึงให้ชาวประมงขอให้งดออกทะเลในช่วงดังกล่าวด้วย ผู้อำนวยการสำนักพยากรณ์อากาศหลังจากพายุกิสนาผ่านไปแล้ว 5 วัน ยังมีพายุที่เริ่มก่อตัวในทะเลจีนใต้อีก 2 ลูก ซึ่งอาจจะพัฒนาความรุนแรงเป็นพายุไต้ฝุ่นได้
ก่อนหน้านี้ กรมอุตุนิยมวิทยา รายงาน ระหว่างคืนวันที่ 29 กันยายน ถึงเช้าวันที่ 30 กันยายนนี้ ประเทศไทยอาจจะได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อน“กิสนา” (กฤษณา) ที่ก่อตัวบริเวณทะเลจีนใต้ และกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก อาจทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม พายุโซนร้อนกิสนา อาจจะเข้าฝั่งประเทศลาว หรือ ทางตอนใต้ ของจีน อยากให้ประชาชนติดตามการพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา อย่างใกล้ชิด ซึ่งหากพายุดังกล่าวไม่เข้าทางฝั่งประเทศไทย ก็ไม่น่าเป็นห่วงมากนัก แต่หากเข้าฝั่งไทย กรมอุตุนิยมวิทยาจะติดตามและประกาศให้ทราบก่อนล่วงหน้า 24 - 48 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้เกิดความหวั่นวิตกมากจนเกินไป
นายสมชาย ใบม่วง ผู้อำนวยการสำนักพยากรณ์อากาศ สำนักงานพยากรณ์อากาศกรมอุตุนิยมวิทยา แถลงเมื่อวันที่ 28 กันยายนว่า จากการเฝ้าระวังและติดตามสภาวะอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา พบพายุไต้ฝุ่น “กิสนา ” (กฤษณา-KETSANA) บริเวณทะเลจีนใต้ เมื่อเวลา 13.00 น. มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 400 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกของเมืองดานัง สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หรือที่ละติจูด 16.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.9 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว ประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า จะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามในวันที่ 29 กันยายน และจะเคลื่อนตัวผ่านสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณ แนวจ.มุกดาหาร วันที่ 30 กันยายน
นายสมชายกล่าวว่า ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกเพิ่มมากขึ้น โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากได้บางพื้นที่ โดยเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อนในวันที่ 29 กันยายน 2552 ส่วนภาคอื่นๆจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มของจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ระมัดระวังสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่จะเกิดขึ้นได้ในระยะนี้
นายสมชายกล่าวว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงทำให้ คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในระยะนี้
นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวถึงระดับความรุนแรงที่ประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อน "กิสนา" ว่า ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากพายุดังกล่าวแน่นอน ซึ่งระหว่างที่พายุอยู่บริเวณทะเลจะมีเพิ่มระดับความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะได้รับพลังงานความร้อนจากน้ำทะเล แต่กว่าจะขึ้นฝั่งมาถึงประเทศไทยกำลังระดับความรุนแรงจะลดลง อาจจะกลายเป็นพายุดีเปรสชั่น ความเร็วลมอยู่ที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เนื่องจากต้องผ่านประเทศเวียดนาม และ สปป.ลาว ก่อนที่จะมาถึงไทย โดยจะใช้เวลาประมาณ 30 - 40 ชั่วโมง
"ผลกระทบส่วนใหญ่เป็นเพียงฝนตกเท่านั้น โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ซึ่งจากการคำนวณทิศทางน่าจะเป็นบริเวณกลางๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณ จ.นครพนม และ จ.มุกดาหาร และที่สำคัญพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากฝนที่ตกหนักอยู่แล้ว บริเวณ จ.บุรีรัมย์ และ จ.ศรีสะเกษ อาจจะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจจะได้รับผลกระทบจากพายุดังกล่าวซ้ำอีก นอกจากนี้ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรองลงมาอยู่ที่ภาคเหนือ รวมไปถึงภายใน 1 วัน จะมีฝนตกทั่วทั้งประเทศอย่างหนักอาจจะถึง 300 - 400 มิลลิเมตร หรืออาจจะมากกว่านั้นในบางพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ภายในคืนวันที่ 29 กันยายน ถึงเช้าวันที่ 30 กันยายน ประเทศไทยก็จะเห็นผลกระทบจากพายุนี้ โดยจะมีฝนตกหนักทั่วทั้งประเทศ ก่อนที่จะเพิ่มระดับความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในวันที่ 1 ตุลาคม ระยะนี้ควรเฝ้าระวังปัญหาน้ำท่วม พื้นที่ไร่นาพืชผลทางการเกษตร" นายอานนท์ กล่าว
นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยในฟิลิปปินส์ ว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำฟิลิปปินส์รายงานว่ายังไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบ จากเหตุดังกล่าวและสถานทูตสามารถติดต่อคนไทยในฟิลิปปินส์ที่มีอยู่ราว 500-700 คนได้ทั้งหมด มีเพียงสายการบินไทยเท่านั้นที่ไม่สามารถทำการบินได้จึงมีผู้โดยสารติดค้าง ประมาณ 200 คน ขณะนี้อยู่ในระหว่างการประสานเพื่อให้การช่วยเหลือต่อไปอย่างไรก็ดีสถานทูต ได้แจ้งเตือนคนไทยให้ระวังโรคระบาดภายหลังน้ำลดด้วย นอกจากนี้รัฐบาลไทยกำลังพิจารณาเรื่องการให้ความช่วยเหลือกับฟิลิปปินส์ซึ่ง น่าจะเป็นในรูปของอาหารแห้งและเวชภัณฑ์
ผู้สื่อข่าวภูมิภาค"มติชน" รายงานความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ ว่า ที่จ.เพชรบูรณ์ ระดับน้ำใน 3 อำเภอที่ประสบอุทกภัยกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โครงการสายใยรักษ์แห่งครอบครัวประสานงานมายังสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ ว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ทรงติดตามสถานการณ์การเกิดอุทกภัยที่จ.เพชรบูรณ์ด้วยความห่วงใย โปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์นำสิ่งของพระราชทานจำนวน 1000 ชุด มาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในวันที่ 30 กันยายนนี้ ที่วัดชนะชิงชัย หมู่ 12 ต.ห้วยสะแก อ.เมืองเพชรบูรณ์
นางสำอางค์ ศรีทองคำ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลา หมู่ 7 ต.นายม อ.เมืองเพชรบูรณ์ กล่าวว่า หลังจากกระแสน้ำป่าเอ่อทะลักจากคลองเข้าท่วมบ่อเลี้ยงปลานิลจำนวน 6 บ่อ ทำให้เสียหายยับเยิน โดยเฉพาะปลานิลจำนวนกว่า 50,000 ตัวเลี้ยงไว้ราว 5 เดือน จะจับขายในกี่ไม่เดือนข้างหน้าหนีไปกับกระแสน้ำหมด
ที่จ.สุโขทัย แม่น้ำยมไหลเข้าทะลักเข้าสู่ตัวเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยเข้าท่วมถนนและร้านค้า ริมแม่น้ำยมประชาชนพากันขนข้าวของหนีภัยน้ำท่วม ส่วนที่จ.พิจิตร มีฝนตกชุกและตกสะสมต่อเนื่องกัน เกิดน้ำป่าไหลหลากลงสู่ที่ลุ่มต่ำโดยเฉพาะอ.สากเหล็ก พื้นที่เกษตร เสียหาย 3 ตำบล น้ำท่วมบ้าน 50 หลังคาเรือน

ส่วนที่จังหวัดพิจิตร เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมนาข้าวในพื้นที่ 3 ตำบล ในเขตอำเภอเมือง เสียหายกว่า 100 ไร่ ชาวนาเดือดร้อนหนักเนื่องจากนาข้าวส่วนใหญ่ ใกล้เก็บเกี่ยว ชาวนาต้องเร่งระบายน้ำเพื่อบรรเทาความเสียหายในเบื้องต้น.-สำนักข่าวไทย
นายฟื้น อยู่ดีแก้ว อายุ 65 ปี ชาวนาจ.พิจิตร กล่าวว่า นาข้าว 50 ไร่กำลังออกรวงใกล้สุกงอม จะเก็บเกี่ยวได้ประมาณต้นเดือนตุลาคมนี้ แต่น้ำป่าหลากเข้าท่วมต้นข้าวและรวงข้าวล้มจมน้ำไปทั้งหมด หากจะเก็บเกี่ยวขึ้นมาก็จะขายไม่ได้ราคา เพราะเมล็ดข้าวแช่น้ำจนมีความชื้นสูง
ที่จ.แม่ฮ่องสอน น้ำป่าไหลหลากทำให้บ้านเรือน ถนนหนทาง บริเวณหมู่ที่ 1 บ้านแม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง จำนวน 1 หลัง
ยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมในฟิลิปปินส์ เพิ่มเป็น 140 คน
นายกิลเบอร์โต ทีโอโดโร รัฐมนตรีกลาโหมฟิลิปปินส์แถลงว่ายอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ในกรุง มะนิลาและพื้นที่ใกล้เคียง เพิ่มขึ้นเป็น 140 คน ขณะที่อีก 32 คนยังคงสูญหาย และมีผู้ไร้ที่อยู่อาศัย 453,033 คน



del.icio.us
Digg
Comments (0 posted):
Post your comment