Home | กีฬา | ไทยดับสิงคโปร์ 'สุธี'ฮีโร่ เปิดศึกคิงส์คัพ

ไทยดับสิงคโปร์ 'สุธี'ฮีโร่ เปิดศึกคิงส์คัพ

     Font size: Decrease font Enlarge font
image

แข้งไทย ล้างแค้น สิงคโปร์ เชือด 1-0 "สุธี" ฟรีคิกประตูชัย แต่สังเวย "ลีซอ" โดนไล่ออก อีกคู่แชมป์เก่า เดนมาร์ก ถล่ม โปแลนด์ 3-1 เปิดศึก คิงส์ คัพ ที่โคราช เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา...

การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 40 เปิดฉากระเบิดแข้งกันแล้ว เมื่อเย็นวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 จ.นครราชสีมา ท่ามกลางแฟนบอลชาวโคราชและจังหวัดใกล้เคียงที่แห่แหนมาชมเกมฟาดแข้งในสนาม อย่างเนืองแน่นกว่า 2 หมื่นคน

พิธีเปิดสนามอย่างเป็นทางการเริ่มขึ้น ในเวลา 18.00 น. มีการแสดงเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และจุดพลุเอาฤกษ์เอาชัยอย่างย่ิงใหญ่ โดยทีมชาติไทย รองแชมป์เก่า ลงประเดิมแข้งนัดแรกพบกับ สิงคโปร์คู่รักคู่แค้นในย่านอาเซียนตลอดกาล

นัด นี้ ไบรอัน ร็อบสัน จัดนักเตะ 11 ตัวจริงเป็นการผสมผสานกันระหว่างนักเตะตัวเก๋ากับผู้เล่นดาวรุ่งที่ดันขึ้น มาจากชุดซีเกมส์ ประกอบด้วย กวิน ธรรมสัจจานนท์ ภานุพงษ์? วงศา ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ สุทธินันท์ พุกหอม รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค ดัสกร ทองเหลา พิชิตพงษ์ เฉยฉิว สุธีสุขสมกิจ,อนาวิน จูจีน ส่วนคู่กองหน้า กีรติ เขียวสมบัติ ลงยืนคู่กับ “ลีซอ”ธีรเทพ วิโนทัย ขณะที่สิงคโปร์มี อเล็กซานเดอร์ ดูริช หัวหอกร่างโย่งโอนสัญชาติชาวเซอร์เบีย

ครึ่ง แรกนักเตะไทยพยายามต่อบอลบุกเข้าใส่แนวรับทีมลอดช่อง แต่จังหวะสุดท้ายไม่เป็นใจ โดยสิงคโปร์ อาศัยฉวยทีเผลอทิ้งบอลจังหวะเดียวไปที่หน้าเป้า ดูริช ซึ่งทำอะไรไม่ได้มากนัก จนนาทีที่ 39 หัวหอกชาวเซอร์เบีย ต้องสังเวยเลือด เมื่อโดน รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค เบียดล้มลงไปหน้ากระแแทกเข่าของ ดัสกร ทองเหลา พอดี ทำให้คิ้วแตกเลือดอาบ ต้องออกไปปฐมพยาบาลอยู่พักใหญ่ก่อนจะพันผ้าลงมาเล่นต่อ จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้เสมอกันอยู่ 0-0



เปิด ฉากครึ่งหลังไทยเปลี่ยนเอา เทิดศักดิ์ ใจมั่น ลงมาทำเกม แต่เพียง 10 นาทีไทยต้องเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ “ลีซอ”ธีรเทพ วิโนทัย โดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม หลังไปฟาดศอกใส่ผู้เล่นสิงคโปร์ในจังหวะขึ้นแย่งโหม่ง แต่พอเหลือนักเตะน้อยกว่าไทยกลับได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในอีก 3 นาทีต่อมา จากจังหวะที่กองหลังลอดช่องไปเตะสกัด กีรติ เขียวสมบัติ จนล้มกลิ้ง ไทยได้ฟรีคิกนอกกรอบเขตโทษ ระยะ 20 หลา “เจ้าเบิร์ท”สุธี สุขสมกิจ ปีกตัวเก๋าจัดการปั่นด้วยซ้ายบอลเลี้ยวหนีกำแพงเข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่าง เฉียบขาด

หลังจากเสียประตู สิงคโปร์ หันมาเปิดเกมรุกลุยแลกหมัด และมีจังหวะซัลโวแบบได้ลุ้น 2-3 ครั้งแต่โดนนายทวาร กวิน โชว์ซุปเปอร์เซฟสกัดกั้นไว้ได้หมด กระทั่งนาทีที่ 79 ไทยมาได้ลูกจุดโทษจากการทำฟาวล์ของกองหลังสิงคโปร์ที่ผลัก กีรติ จนหัวคะมำในเขตโทษ สุธี รับบทเพชรฆาตสังหาร แต่ยิงบอลไปโดนผู้รักษาประตูลอดช่องปัดไว้ได้ ก่อนที่ เทิดศักดิ์ จะเข้าซำ้แต่ก็ติดอีก พลาดการได้ประตูที่ 2 อย่างน่าเสียดาย

ช่วงเวลา ที่เหลือนักเตะลอดช่องพยายามบี้เพื่อยิงตีเสมอให้ได้ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ หมดวลาทีมชาติไทย เฉือนชนะไป หวุดหวิด 1-0 ถือเป็นการชำระแค้นสิงคโปร์ที่เคยบุกมายัดเยียดความปราชัยให้นักเตะไทยในศึก เอเชี่ยนคัพเมื่อปลายปีที่แล้ว

 



ส่วน อีกคู่ในวันเดียวกัน แชมป์เก่า เดนมาร์ก ถล่มชนะ โปแลนด์ 3-1 โดยโปรแกรมนัดต่อไปในวันพุธที่ 20 ม.ค.นี้ ทีมชาติไทย จะพบกับ โปแลนด์ ซึ่งช่อง 7 สีจะถ่ายทอดสดให้ได้ชมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 18.30 น. โดยคู่แรก สิงคโปร์ จะพบ เดนมาร์ก เวลา 16.00 น. ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ จ.นครราชสีมา.

Comments (0 posted):

โปรดอ่าน
ข้อความทีท่าน ได้อ่านบนเวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้า ท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ info@pitakthai.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนิน การทันที ขอบพระคุณ

Post your comment comment

Please enter the code you see in the image:

  • email Email to a friend
  • print Print version
  • Plain text Plain text
Advertising
Tags
No tags for this article
Rate this article
0