"วสิษฐ"นัดถกด่วนกก.สอบซื้อเก้าอี้ตร.เร่ง7วัน ได้ข้อยุติ พท.แฉภาค8เซ็งลี้ผกก.เมืองท่องเที่ยว14ล้าน
เร่งสอบทุจริตซื้อเก้าอี้ตำรวจภาค 2 ใน 7 วัน "วสิษฐ"นัด กก.ประชุมด่วน "อธิการบดีธรรมศาสตร์"เผยข้อมูลเพียบ ส.ส.เมืองชลยันคนไม่เกี่ยวข้องร่วมประชุม มีตั๋วปลอม เล็งสรุปเสนอนายกฯในทางลับ "เพื่อไทย"แฉภาค 8 เซ็งลี้ตำแหน่ง ผกก.เมืองท่องเที่ยวสูงถึง 14 ล้าน แถมต้องจ่ายรายเดือน จี้นายกฯสอบตั้งผู้ว่าฯ ให้ดีเอสไอเช็คเส้นทางเงิน
พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ (รอง อ.ตร.) ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการร้องเรียนเรื่องซื้อขาย ตำแหน่งในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (บช.ภ.2) ตามคำสั่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ว่า จะเชิญคณะกรรมการอีก 4 คน ประกอบด้วย นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิบการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รศ.สุจิตรา บุญรัตน์พันธ์ อาจารย์คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ และนายถาวร พาณิชพันธุ์ รองอัยการสูงสุด มาประชุมเพื่อพิจารณาร่วมกัน โดยคาดว่าจะนัดประชุมต้นสัปดาห์นี้
"ตามคำสั่งที่นายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้ว เสร็จภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ประธานกรรมการทราบคำสั่งนั้น คงจะดำเนินการตามคำสั่งก่อน ทั้งนี้ หากผลการพิจารณาออกมาเป็นอย่างไร จะสรุปเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป" พล.ต.อ.วสิษฐกล่าว
ด้านนายสุรพลกล่าวว่า ได้รับทราบคำสั่งเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะนี้คณะกรรมการอยู่ระหว่างนัดวันประชุม ซึ่งคาดว่าจะเป็นต้นสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้เอกสารบางส่วนแล้ว มีจำนวนมากพอสมควร กำลังดูอยู่ ส่วนรายละเอียดในเอกสารจะเป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับใครและเรื่องอะไรบ้าง นั้นขอสงวนไว้ก่อน
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หนึ่งในคณะกรรมการชุดพิเศษตรวจสอบการโยกย้ายตำรวจที่มีการซื้อขายตำแหน่ง โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจภูธรภาค 2 ชุดของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รองหัวหน้า ปชป. และประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานว่า จากการตรวจสอบกับนายตำรวจสัญญาบัตรในพื้นที่ภาคตะวันออกกว่า 20 คน ยืนยันว่า ในการพิจารณาโผตำรวจครั้งนี้ มีบุคคลใกล้ชิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับนายตำรวจที่มีอำนาจแต่งตั้งตำรวจได้ เข้าไปร่วมการพิจารณาด้วย ทั้งที่ไม่มีอำนาจ และยังมีการปลอมตั๋วตำรวจอีกด้วย"
"การสอบสวนในครั้งนี้ต้องการให้ประชาชนประจักษ์ในการทำงานของรัฐบาล หากมีหลักฐานจะดำเนินคดีทันที โดยจะมีการประชุมในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา ก่อนที่จะมีผลการแต่งตั้งในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ หลังจากนั้นจะสรุปผลให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบเป็นทางลับ" นายสรวุฒิกล่าว
นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหาร ปชป. แถลงถึงกระแสข่าวการซื้อขายตำแหน่งข้าราชการตำรวจว่า ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ทำงานที่กำลังจะหมดกำลังใจจากกรณีนี้ เพราะเรื่องนี้ถือเป็นมะเร็งร้ายขององค์กรตำรวจ และขอสนับสนุนแนวทางของนายกรัฐมนตรี ที่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ ที่มี พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจเป็นประธาน โดยอยากเรียกร้องให้เร่งตรวจสอบ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้มาตรฐานการหาหลักฐานเช่นเดียวกับคดีอาญาทั่วไป เพียงแค่มีพยานแวดล้อมและข้อมูลก็สามารถสอบคดีได้ นอกจากนี้อยากให้ขอความร่วมมือกับธนาคาร และสถาบันการเมือง เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ผิดปกติและเบอร์โทรศัพท์ ว่ามีความผิดปกติว่ามาจากใคร
"อยากให้ตำรวจกล้าพูดความจริง อย่ากลัวผู้มีอำนาจหรือผู้บังคับบัญชา เพราะคนพวกนี้เลวทราม จึงอยู่ในอำนาจได้ไม่นาน"นายสาธิตกล่าว
ด้าน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า ปัญหาการซื้อขายตำแหน่งข้าราชการตำรวจครั้งล่าสุด ราคาเก้าอี้หลักล้านจนถึงหลักสิบล้าน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้วในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภู ธภาค 2 (บช.ภ.2) แล้ว และทางพรรคยังได้รับการร้องเรียนเพิ่มเติมในพื้นที่ บช.ภ.8 ว่าตำแหน่งผู้กำกับ (ผกก.) ราคา 3.5 ล้านบาท แต่หากเป็นพื้นที่ เช่น ภูเก็ต หรือพื้นที่ท่องเที่ยว ราคาจะสูงถึง 14 ล้านบาท แถมยังมีการต้องจ่ายเพิ่มอีกเป็นรายเดือนด้วย และการร้องเรียนยังระบุว่านักการเมืองใหญ่ฝ่ายรัฐบาลได้ประโยชน์ ทั้งนี้ พื้นที่ บช.ภ.8 เป็นแหล่งการพนัน บ่อน หวย แรงงานเถื่อน น้ำมันเถื่อน ซึ่งสามารถใช้เป็นชื่องทางทุจริตได้มหาศาล
"ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยได้รับการร้องเรียนว่ามีการซื้อขายตำแหน่ง ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะจังหวัดปริมณฑล และจังหวัดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ตำแหน่งนายอำเภอ ผู้ว่าฯบางจังหวัดเก้าอี้ราคาสูงถึง 20 ล้านบาท จึงขอให้นายกฯสั่งให้ดีเอสไอ (กรมสอบสวนคดีพิเศษ) ตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วย อย่าตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแบบผักชีโรยหน้า เพราะทั้งตำรวจ นายอำเภอ ผู้ว่าฯ ทำงานใกล้ชิดกับประชาชน จึงเกรงว่าจะไปถอนทุนกับประชาชนภายหลัง ทั้งจากงบประมาณแผ่นดิน ค่าต๋งจากเอกชน" นายพร้อมพงศ์กล่าว และว่า ขอให้นายกฯแสดงความเป็นผู้นำ อย่าดีแต่พูด แต่ไม่กล้าทำ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ทั้งกรณีตำรวจและกระทรวงมหาดไทย เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ข้าราชการที่มีความสามารถ และเพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับพรรคร่วมรัฐบาล เพราะตอนนี้รัฐบาลทำท่าจะไปไม่รอด เหตุทั้งหลายที่เกิดขึ้นจึงส่อว่า จะเป็นการทุจริตแบบทิ้งทวน



del.icio.us
Digg
Comments (0 posted):
Post your comment