ไอซีทีของบฯปี"54เฉียดหมื่นล. อ้างลงทุนไอซีทีชุมชนเพิ่ม780แห่ง
ระนองรักษ์" สั่งสำนักงานปลัดไอซีที ของบประมาณปี"54 เพิ่มจาก 2,800 ล้านบาท เป็น 5,000 ล้านบาท รวมหน่วยงานในสังกัด "กรมอุตุฯ-สำนักงานสถิติ-ซิป้า" งบฯพุ่งกระฉูดเฉียดหมื่นล้าน มากสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งกระทรวงไอซีที เผยนโยบายสร้างศูนย์ไอซีทีชุมชนเพิ่มอีก 780 แห่งทั่วประเทศ ลงลึกระดับ "ตำบล" ทั่วประเทศ ขณะที่ปม "สัมปทานมือถือ-ไทยคม" ไม่คืบ
แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีกระทรวงไอซีที ได้สั่งการให้สำนักงานปลัดกระทรวงไอซีทีเพิ่มเติมงบประมาณปี 2554 จากเดิมที่เตรียมขอไว้ที่ 2,865 ล้านบาท เป็น 5,000 ล้านบาท เพราะยังต้องการกระจายโครงการศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชนให้ครอบคลุมถึงใน ระดับตำบลอีก 780 แห่ง หรือ 10% ของจำนวนตำบลที่มีอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นหน้าตาของกระทรวง ไอซีที รวมถึงขยายเครือข่ายสื่อสารข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ (GIN)อย่างไรก็ตามในแผนของบประมาณปี 2554 เดิมไม่ได้รวมถึงการสร้างศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชนเพิ่มเติม แต่เน้นไปที่การของบประมาณเพิ่มเพื่อฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ เป็นเงิน 80 ล้านบาทเท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง เคยมีความเห็นว่าไม่ควรขยายศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชนไปมากกว่านี้ จากที่เปิดไปแล้วในปัจจุบัน 277 แห่ง และในปีงบประมาณ 2553 มีโครงการลงทุนเพิ่มเติมอีก 600 แห่ง ซึ่งเพียงพอเป็นต้นแบบให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นไปพัฒนาต่อแล้ว
"แผนการใช้งบฯปี"54 ที่เสนอให้ รมว. ไอซีทีพิจารณาเพื่อส่งให้สำนักงบประมาณทำไว้ 2,856 ล้านบาท แต่ รมว.ได้สั่งสำนักงานปลัดเพิ่มเป็น 5,000 ล้านบาท พร้อมกับสั่งตั้งศูนย์ไอซีทีชุมชนเพิ่มอีก 780 แห่ง คาดว่าเฉพาะโปรเจ็กต์นี้น่าจะใช้เงินไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท ส่วนการขยายระบบ GIN แต่ละปีใช้เงินพันกว่าล้านบาท"
ดังนั้นหากรวมการของบฯของหน่วยงานในสังกัด ได้แก่ สำนักงานสถิติแห่งชาติ 1,557 ล้านบาท กรมอุตุนิยมวิทยา 1,800 ล้านบาท สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (ซิป้า) 832 ล้านบาท เท่ากับว่าปีงบประมาณ 2554 กระทรวง ไอซีทีจะของบฯไปทั้งสิ้นกว่า 9,000 ล้านบาท
"หากรัฐมนตรีไอซีทีไม่เปลี่ยนใจต้องถือว่าเป็นปีแรกที่ไอซีทีของบประมาณ ประจำปีสูงเฉียดหมื่นล้าน จากปกติรวมหน่วยงานในสังกัดแล้วจะได้งบฯปีละประมาณ 3,000 ล้านบาทต่อปี โดยปีนี้สำนักงานปลัดกระทรวงไอซีทีได้งบฯ 1,311 ล้านบาท สำนักงานสถิติแห่งชาติ 1,039 ล้านบาท กรมอุตุนิยมวิทยา 900 ล้านบาท ซิป้า 328 ล้านบาท ซึ่งโครงการใหญ่ของกระทรวงทุกปีคือ GIN ที่จะใช้งบฯราว 1,000 ล้านบาท"
สำหรับความคืบหน้าการจัดซื้อคอมพิวเตอร์เพื่อติดตั้งในศูนย์การเรียนรู้ ไอซีทีชุมชน 600 แห่ง ที่จะสร้างขึ้นในปีงบประมาณนี้ นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงไอซีที เปิดเผยว่า ร่างข้อกำหนดทางเทคนิค (TOR) เสร็จเรียบร้อยแล้ว และจะนำขึ้นประกาศบนเว็บไซต์เพื่อให้ประชาพิจารณ์ได้ตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค.เป็นต้นไป โดย TOR ใหม่มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่ยังคงกฎเกณฑ์เกี่ยวกับมาตรฐาน มอก.ไว้ โดยการจัดซื้อครั้งนี้ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 9,000 เครื่อง เซิร์ฟเวอร์อีก 600 เครื่อง ใช้งบประมาณราว 350 ล้านบาท
ขณะเดียวกันยังตั้งงบประมาณอีก 22.84 ล้านบาท สำหรับจัดซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์และครุภัณฑ์สำหรับคนพิการ อาทิ อุปกรณ์ และโปรแกรมช่วยคนพิการทางสายตา เครื่องพิมพ์อักษรเบรลล์ ฯลฯ เพื่อนำไปติดตั้งในศูนย์การเรียนรู้ฯให้ผู้พิการ ได้มีโอกาสเข้าถึงไอซีทีด้วย คาดว่าจะจัดประกวดราคาด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ ได้ในเดือน มี.ค. โดยประมูลพร้อมกันในวันเดียว แต่แยกเป็น 2 ลอต ตามที่มาของ งบประมาณคือ งบฯประจำปี 2553 จัดซื้อครั้งละ 100 ศูนย์ กับงบฯที่แปลงมาจากโครงการสมาร์ทการ์ดอีก 500 ศูนย์ ซึ่งแต่ละครั้งจะมีผู้ชนะประกวดราคาเพียงเจ้าเดียว
ส่วนความคืบหน้าในการแก้ปัญหาสัญญาสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ของ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า ในการประชุม 2 ครั้งที่ผ่านมา ทั้งทีโอทีและ กสทฯต่างยืนยันว่า การแก้ไขสัญญาทุกครั้งเป็นไปอย่างถูกต้อง ไม่ได้ทำให้รัฐเสียประโยชน์ แม้มีการลดส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาลง แต่เมื่อแลกกับการยกเลิกการผูกขาด ทำให้ทีโอทีและ กสทฯให้สัมปทานโอเปอเรเตอร์รายอื่นทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นได้
"ข้ออ้างของทั้งคู่ที่ยกขึ้นในที่ประชุมก็มีเหตุผล แต่มีข้อให้ถกเถียงได้ว่าหากไม่ยกเลิกการผูกขาด ไม่ลดส่วนแบ่งรายได้รัฐก็ยังได้รายได้มากกว่า เพราะลูกค้าทั้งหมดยังอยู่กับเอไอเอสและดีแทคเหมือนเดิม แต่เรื่องนี้ยากที่จะพิสูจน์ได้ว่าสภาพตลาดจะเป็นแบบนั้นหรือไม่ ฉะนั้นสุดท้ายเรื่องนี้ต้องให้กระทรวงการคลัง และ ครม.ตัดสินใจอยู่ดีว่ารัฐเสียหายหรือไม่ การประชุมของ ไอซีทีเป็นเพียงการรวบรวมความเห็น ไม่ได้ทำให้ปัญหายุติ"
ขณะที่กรณีดาวเทียมไทยคม กระทรวงไอซีทียังไม่ได้ส่งเรื่องเพื่อขอหารือกับอัยการสูงสุดแต่อย่างใด แม้ที่ผ่านมาคณะกรรมการตาม ม.22 พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่มีหน้าที่กำกับดูแลสัญญาจะมีความเห็นให้ส่งเรื่อง หารืออัยการสูงสุดว่าไทยคมได้ยิงดาวเทียมถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาแล้วหรือไม่ เนื่องจากรัฐมนตรีไอซีทีระงับไว้ โดยให้เหตุผลว่าเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีที่จะต้องทบทวนปัญหาดังกล่าวให้ครบ ถ้วนก่อนพิจารณาว่าต้องส่งเรื่องหารืออัยการสูงสุดหรือไม่
"ไทยคมจะเช่าดาวเทียมจากต่างประเทศ หรือไม่ จะมีการยิงไทยคม 6 หรือเปล่า รวมถึงการขยายอายุสัมปทานให้เอกชนตามที่ร้องขอมาขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ รัฐมนตรีไอซีที แต่ตามสัญญาระบุไว้ว่าไทยคมมีสิทธิเจรจาเรื่องการขยายอายุสัมปทานได้ในปี 2558 เท่านั้น และมติของคณะกรรมการตาม ม.22 ต้องการให้ทำเรื่องหารือกับอัยการสูงสุดเกี่ยวกับประเด็นความครบถ้วนของดาว เทียมตามสัญญา ก่อนเสนอ ครม.ให้พิจารณาว่าสมควรให้ไทยคมเช่าดาวเทียมต่างประเทศระหว่างเตรียมการยิง ดาวเทียมไทยคม 6 ขึ้นสู่วงโคจรหรือไม่ แต่เมื่อรัฐมนตรีไอซีทีต้องการพิจารณาเรื่องนี้เองก็ต้องปล่อยไปตามนั้น"



del.icio.us
Digg
Comments (0 posted):
Post your comment