Home | เศรษฐกิจ | สมาชิกปูแดงบุกDSIจี้5ข้อ ไม่คืบไปทำเนียบรัฐบาลต่อ

สมาชิกปูแดงบุกDSIจี้5ข้อ ไม่คืบไปทำเนียบรัฐบาลต่อ

     Font size: Decrease font Enlarge font

สมาชิกบริษัทขายตรง ปูแดงไคโตซาน กว่า 300 คนบุก สคบ. ยื่นคำขาดจำนวน 5 ข้อ จัดการขู่ต้องตอบข้อข้องใจภายใน 21 ม.ค.นี้ ไม่เช่นนั้นจะประท้วงใหญ่ที่ทำเนียบรัฐบาล

สมาชิก บริษัท เบสท์ 59 ผลิตภัณฑ์การเกษตรยี่ห้อปูแดง ไคโตซาน 4 กว่า 300 คน นำโดย นายกาย ไพรินทร์ ประธานกลุ่มพลังครือข่ายขายตรง เดินทางมาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ ดีเอสไอ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้
บริโภค หรือ สคบ. เพื่อยื่น 5 ข้อเรียกร้องภายหลังถูก ดีเอสไอ ขู่จับ และสั่งปิดบริษัท ได้แก่ให้ ดีเอสไอ และ สคบ.พิจารณายกเลิกคำสั่งอายัดทรัพย์ และสินค้าของบริษัท รวมถึงจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาชิกด้วยให้ สคบ. ตรวจ
สอบบริษัทขายตรงข้ามชาติทุกบริษัท และตรวจสอบ บริษัทยักษ์ใหญ่ อันดับหนึ่ง สอง สาม ว่าแจ้งรายการสินค้าครบทุกรายการกับ สคบ. หรือไม่ และให้ปล่อยตัว นายเนติ ประดิษฐ์ชัย รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เพื่อสามารถต่อสู้ได้อย่างยุติธรรม

ทั้งนี้ประธานกลุ่มเครือข่ายขายตรงยังระบุด้วยว่า ดีเอสไอ และ สคบ.จะต้องตอบคำถามให้เป็นที่พอใจทั้ง 5 ข้อ ภายใน 21 ม.ค.เวลา 10.00 น. มิฉะนั้น จะมีการเคลื่อนขบวนประชาชนผู้เดือดร้อนนับหมื่นคน ไปที่ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นจึงได้มีการมอบพวงหรีดให้กับ ดีเอสไอ และ สคบ.ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

Comments (8 posted):

pongsak on 21 January, 2010 11:16:21
avatar
ไคโตซานเป็นสารชีวภาพที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างสูงในปัจจุบัน จากการที่มีคุณสมบัติเด่นหลายประการ ที่มีศักยภาพในการนำมาประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆได้อย่างกว้างขวาง เริ่มจากศักยภาพที่เกี่ยวกับคุณสมบัติการยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งนอกจากจะได้รับความสนใจเพื่อประยุกต์ใช้ในวงการแพทย์ เภสัช และวิทยาศาสตร์การอาหารของมนุษย์และสัตว์แล้ว ยังอาจนำมาประยุกต์ใช้ในวงการเกษตรกรรมด้านการผลิตพืชได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เพื่อการควบคุมโรคพืชที่ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีรายได้หลักของประเทศมาจากผลผลิตการเกษตร และพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่ใช้ไปในการผลิตพืช ซึ่งจำเป็นต้องมีการนำเข้าสารเคมีจากต่างประเทศเพื่อป้องกันกำจัดศัตรูพืชปีละไม่น้อยกว่าหมื่นล้านบาท ที่กว่าครึ่งของมูลค่าการนำเข้าคือยาฆ่าราเพื่อการรักษาโรคของพืชที่เกิดจากเชื้อรา โดยยังไม่ได้รวมถึงโรคที่เกิดจากเชื้อ จุลินทรีย์ชนิดอื่นที่ก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าเชื้อรา ในการวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของสารไคโตซานรูปต่างๆ ที่ผลิตได้ในประเทศไทย เปรียบเทียบกับสารเคมีที่ใช้ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา หรือสารที่เป็นยาฆ่าราและยาปฏิชีวนะที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันเช่น benomyl, captan, metalaxyl, mancozeb, copper oxychloride หรือสารประกอบคอปเปอร์ , Agrimycin, streptomycin, chloramphenicol, และ tetracycline โดยทดสอบกับเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจการผลิตพืชของประเทศไทยรวมจำนวน 14 ชนิดได้แก่ เชื้อแบคทีเรีย 5 ชนิดคือ Acedovorax avenae subsp. citrulli, Erwinia carotovora, Ralstonia solanacearum, Xanthomonas campestris pv. citri, Xanthomonas campestris pv. vesicatoria และเชื้อรา 9 ชนิดคือ Alternaria alternata, Aspergillus niger, Colletotrichum gloeosporioides, Didymella bryonae, Fusarium oxysporum fsp. Lycopersici, Helminthosporium sp., Phytophthora parasitica, Pythium aphanidermatum และ Sclerotium rolfsii โดยองค์ความรู้ที่ได้จากการทดสอบประสิทธิภาพของสารไคโตซานในการยับยั้งเชื้อสาเหตุโรคสำคัญทางเศรษฐกิจของพืชนี้ สามารถใช้เป็นฐานของการประยุกต์ใช้ไคโตซานหรือการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่จากไคโตซาน เพื่อควบคุมการเกิดโรคและปกป้องผลผลิตพืชที่เชื่อถือได้จากผลการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ และใช้ได้อย่างเหมาะสมทั้งในด้านอัตราการใช้ หรือวิธีการใช้ที่ถูกต้อง และในด้านความคุ้มค่าในการลงทุนตลอดจนความปลอดภัยของชีวิต และหากทำการสร้างผลิตภัณฑ์ได้สำเร็จ คาดว่าผลิตภัณฑ์จากไคโตซานนี้จะเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปอย่างรวดเร็ว จากคุณสมบัติที่นอกจากจะสามารถยับยั้งเชื้อและลดการเกิดโรคได้ดีแล้ว ยังมีผลเป็นอาหารบำรุงพืชตามโครงสร้างของสารไคโตซานและมีความปลอดภัยต่อชีวิตและสภาพแวดล้อม ซึ่งคุณสมบัติต่างๆดังกล่าวนี้ทำให้มีความเหนือกว่า และเป็นประโยชน์กว่าสารป้องกันกำจัดโรคพืชต่างๆที่ใช้กันอยู่เป็นอย่างมาก
pongsak on 21 January, 2010 11:19:22
avatar
ลาวัลย์ จีระพงษ์
กลุ่มงานชีววิธี ส่วนบริหารศัตรูพืช
สำนักพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรเกษตร agriqua31@doae.go.th
ไคโตซาน เป็นไบโอโพลิเมอร์ธรรมชาติอย่างหนึ่ง ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญในรูปของ D – glucosamine พบได้ในธรรมชาติ โดยเป็นองค์ประกอบอยู่ในเปลือกนอกของสัตว์พวก กุ้ง ปู แมลง และเชื้อรา เป็นสารธรรมชาติที่มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว คือ ที่เป็นวัสดุชีวภาพ ( Biometerials ) ย่อยสลายตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยในการนำมาใช้กับมนุษย์ ไม่เกิดผลเสียและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เกิดการแพ้ ไม่ไวไฟและไม่เป็นพิษ ( non – phytotoxic ) ต่อพืช นอกจากนี้ยังส่งเสริมการเพิ่มปริมาณของสิ่งมีชีวิตที่มีประโยชน์
ไคโตซานกับการเกษตรด้านการควบคุมศัตรูพืช
1. ยับยั้งและสร้างความต้านทานโรคให้กับพืช
การยับยั้งเชื่อสาเหตุของโรคพืช ได้แก่ เชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราบางชนิด โดยไคโตซานจะซึมผ่านเข้าทางผิวใบ ลำต้นพืช ช่วยยับยั้งการเกิดโรคพืชในกรณีที่เกิดเชื่อโรคพืชแล้ว (รักษาโรคพืช) และสร้างความต้านทานโรคให้กับพืชที่ไม่ติดเชื้อ โดยไคโตซานมีคุณสมบัติที่สามารถออกฤทธิ์เป็นตัวกระตุ้น (elicitor) ต่อพืชได้ จะกระตุ้นระบบป้องกันตัวเองของพืช ทำให้พืชผลิตเอนไซม์และสารเคมีเพื่อป้องกันตนเองหลายชนิด พืชจึงลดโอกาสที่จะถูกคุกคามโดยเชื่อสาเหตุโรคพืชได้
2. ทำให้เกิดโอกาสการสร้างความต้านทานของพืชต่อแมลงศัตรูพืช
ไคโตซานจะกระตุ้นให้มีการผลิตสารลิกนินและแทนนินของพืชมากขึ้น พืชสามารถป้องกันตัวเองจากการกัด – ดูด ทำลายของแมลงศัตรูพืช จะสังเกตุว่าต้นพืชที่ได้รับไคโตซานจะมีแวกซ์เคลือบที่ผิวใบ
3. ช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดิน
ไคโตซานสามารถส่งเสริมการเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดิน เช่น เชื้อ Actiomycetes sp. Trichoderma spp. ทำให้เกิดการลดปริมาณของจุลินทรีย์ที่เป็นเชื้อโรคพืช เช่น เชื้อ ( Furarium ) Phythophthora spp. ฯลฯ
รายชื่อศัตรูพืชที่มีการทดสอบแล้วว่าไคโตซานมีศักภาพในการควบคุม
1. การกระตุ้นให้พืชมีความต้านทานแมลง
ศัตรูพืช คือ หนอนใยผัก หนอนคืบและอื่น ๆ
การใช้ การพ่นทางใบ ลำต้น (ขึ้นกับส่วนที่ศัตรูพืชอาศัยอยู่)
อัตราการใช้ 10 – 20 ซีซี / น้ำ 20 ลิตร2.
2. การยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อสาเหตุโรคพืช
- ไวรัสโรคพืช
- แบคทีเรีย เช่น แคงเคอร์ ใบจุด
- เชื้อรา เช่น เชื้อไฟทอปธอร่า พิเทียม ฟิวซาเรียม Botrytis cineres Rhizopus stolonifer
- แอนแทรคโนส เมลาโนส ราน้ำค้าง ใบติด ราขาว รากเน่า – โคนเน่า ใบจุด โรคใบสีส้ม ใบลาย
ประโยชน์ของไคโตซานด้านการเกษตร
คุณสมบัติ วิธีการใช้ อัตรา
1. แมลง : กระตุ้นให้พืชสร้างความภูมิคุ้มกัน โดยผลิตพืช เอนไซม์และสารเคมีป้องกันตนเอง เช่น สร้างลิกนิน แทนนิน และกระตุ้นให้สร้างไคติเนส ซึ่งจะย่อยผนังเปลือกหุ้มตัวแมลง ศัตรูพืช เช่น หนอนใย หนอนคืบ พ่นทางใบ 10 – 20 ซีซี / น้ำ 20 ลิตร
2. โรค : ยับยั้ง การเจริญเติบโตเชื้อสาเหตุของโรคพืชรักษาและสร้างภูมิต้านทานโรค
- ไวรัสโรคพืช
- แบคทีเรีย เช่น แคงเคอร์ ใบจุด
- เชื้อรา เช่น ไฟทอปธอร่า พิเทียม
Botrytis cineres Rhizopus stolonifer
แอนแทรคโนส เมลาโนส ราน้ำค้าง ใบติดราขาว รากเน่า -โคนเน่า โรคใบจุด โรคใบสีส้มข้าว ใบลาย พ่นทางใบ 10 – 50 ซีซี / น้ำ 20 ลิตร
3. ใช้เคลือบเมล็ดพันธุ์ ลดความเสียหายจากการถูกทำลายโดยเชื้อรา และแมลง ชุบเมล็ดพันธุ์นาน 6 ชั่วโมง 10 ซีซี / น้ำ 1 ลิตร
4. ใช้ควบคุมไส้เดือนฝอย (รวมทั้งเชื้อรา เช่น Furarium spp. )
(ในฝ้าย พืชผัก กล้วยไม้ ผลไม้ ฯลฯ )
* วิธีการนี้ยังใช้ต้นทุนสูงไม่คุ้มการลงทุน ใช้เป็นรูปผง ใส่ลงดินแล้วไถกลบลึก 6-8 นิ้ว
2-4 สัปดาห์ ก่อนปลูกพืช 1 กรัม / ตารางวา
( 1 ตัน / Acre )
( 3% ปริมาตร / ปริมาตร)
5. ช่วยเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ เช่น Actiomycetes sp. Trichoderma spp. ในดิน ลดจุลินทรีย์ที่เป็นเชื้อโรค เช่น Furarium sp. Phythozhthora spp.
6. เพิ่มความเจริญเติบโตในพืชผัก ได้แก่ คะน้า หอม หน่อไม้ฝรั่ง ผักต่าง ๆ ( ผลดีกว่าไม่พ่น 20% และน้ำหนักมากกว่า 20-40% ) ฉีดพ่นทุก ๆ 7วัน
( 3-4 ครั้ง ) 10-15 ซีซี
เอกสารอ้างอิง
1. ภาวดี เมธะดานนท์, 2544. ความรู้เกี่ยวกับไคติน – ไคโตซาน. ศูนย์เทคโนโลยีโลหะวัสดุแห่งชาติ. 10 หน้า.
2. รัฐ พิชญางภรู, 2543. คุณสมบัติและกลไกการทำงานของสารไคติน – ไคโตซานที่สามารถช่วยเพิ่มผลผลิต ทางการเกษตร. ภาควิชาชีวเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 4 หน้า.
3. สุวลี จันทร์กระจ่าง, 2543. การใช้ไคติน – ไคโตซานในประเทศไทยสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย. ปทุมธานี. 5 หน้า.
pongsak on 21 January, 2010 11:23:14
avatar
ความแตกต่างระหว่างธุรกิจเครือข่าย (MLM) กับแชร์ลูกโซ่



ธุรกิจการตลาดขายตรงแบบหลายชั้น (Multi-Level Marketing หรือ MLM) คือ
ช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าช่องทางหนึ่งในการตลาด และการขายเท่านั้นเอง เพียงแต่มีลักษณะเฉพาะตัวเองบางอย่างที่แตกต่างออกไปบ้างจากธุรกิจประเภทอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังของผู้จำหน่าย หรือที่เรียกว่า “มนุษย์ MLM” ซึ่งมหัศจรรย์มาก พวกเขาไม่ใช่ลูกจ้าง พวกเขาไม่มีเงินเดือน พวกเขาไม่มีนาย พวกเขาไม่มีลูกน้อง ไม่มีใครสั่งให้เขาทำงาน แต่พวกเขาและกลุ่มในธุรกิจของเขาต่างก้มหน้าก้มตากันทำงานอย่างขยันขันแข็ง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน กอดเกี่ยวกันไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน เป็นเครือข่ายใหญ่บ้างเล็กบ้าง จึงมีผู้เรียกธุรกิจ MLM นี้อีกอย่างหนึ่งว่า “ธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย”

ทัศนคติต่อการทำธุรกิจ MLM เป็นของตัวท่านเอง ความนึกคิดและความรู้สึกของท่านจะสะท้อนออกมาในผลงาน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวท่านเอง ไม่มีบุคคลอื่นใด มิได้ขึ้นอยู่กับการศึกษาที่สูงกว่า หรือได้รับมรดกมาจากเครือญาติ หรืออยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ดีกว่า หรือแม้กระทั่งเกิดมาด้วยความสามารถเฉพาะตัวที่ได้เปรียบกว่า หรือที่เราเรียกว่าอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจที่ดีกว่า ไม่มีใครที่จะมามีโอกาสมากกว่าท่านในการที่จะประสบความสำเร็จ เพราะธุรกิจ MLM ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกันทุกประการ

ธุรกิจMLM ความสำเร็จเกิดจากความสามารถในการบริหารความอิสระ และความรับผิดชอบ ในธุรกิจนี้ทุกคนต้องบริหารเวลา โดยมีพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน คือ วันละ 24ชั่วโมง เหมือนกัน

ในธุรกิจ MLM ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ การขายระบบเครือข่ายไม่ใช่การรวยทางลัด หรือการรวยข้ามคืน ผู้ที่ร่ำรวยในธุรกิจนี้ส่วนใหญ่ คือผู้ที่ค่อยๆเติบโตในธุรกิจโดยความเพียรพยายามที่สม่ำเสมอ และต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนานพอสมควร ทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้เท่าเทียมกัน ในการที่จะทำรายได้สูงสุดโดยไม่มีขีดจำกัด ซึ่งเป็นการทำงานให้ตัวเองด้วยตนเองอย่างจริงจัง

การขายระบบเครือข่ายไม่ใช่ความสัมพันธ์ระบบลูกจ้างนายจ้าง แต่ท่านกำลังทำงานร่วมกับบริษัท ความสำเร็จของบริษัทขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวแทนจำหน่ายอิสระ และความสำเร็จของตัวแทนจำหน่ายอิสระก็ขึ้นอยู่กับการทำงานเป็นทีม

การขายระบบเครือข่ายเป็นธุรกิจที่รายรับไม่ได้ขึ้นอยู่กับการชักจูงคนเข้าร่วมธุรกิจซึ่งการให้ผลตอบแทนจากจำนวนสมาชิกที่ท่านแนะนำ (ค่าแนะนำ) เข้าสู่บริษัทซึ่งเป็นการผิดทั้งจรรยาบรรณและกฎหมาย ในธุรกิจนี้ท่านจะได้รับผลตอบแทนก็ต่อเมื่อ ตัวท่าน และสมาชิกในเครือข่ายสามารถกระจายสินค้าได้เท่านั้น เมื่อเริ่มต้นทำแล้วอย่าเหลียวมองข้างหลัง ให้เวลากับตัวเองอย่างน้อย 1ปี เลือกสินค้าและบริษัทเพียงบริษัทเดียว เพราะยังไม่เคยมีใครประสบความสำเร็จจากการดำเนินธุรกิจกับหลายๆบริษัทในเวลาเดียวกัน ธุรกิจนี้มีรากฐานมาจากความเชื่อมั่นในตัวผลิตภัณฑ์ และผู้แนะนำ ถ้าท่านกำลังพยายามเหวี่ยงแห ท่านกำลังทำลายความน่าเชื่อถือของท่านเอง และอายุงานในธุรกิจเครือข่ายของท่านก็จะสั้นลงไปด้วย


ระบบพีรามิดผิดกฎหมาย (ระบบแชร์ลูกโซ่)

หลายๆคน หลายๆหน่วยงานระบุว่าให้ระวังพีรามิดในการดำเนินธุรกิจขายตรงระบบเครือข่าย แต่ไม่มีใครออกมาอธิบายให้ชัดเจนว่าระบบดังกล่าวเป็นอย่างไร และแตกต่างจากระบบMLM อย่างไร ในบางกรณีผู้บริหารบริษัทMLM บางบริษัทเองก็ยังตอบคำถามนี้ได้ไม่ชัดเจน

ระบบพีรามิด เป็นระบบฉ้อโกงในการทำรายได้ที่จำเป็นต้องมีผู้สมัครเข้าสู่ระบบดังกล่าว อย่างไม่มีวันสิ้นสุด จึงจะประสบความสำเร็จ เช่น นาย(ก) นำเงินจ่ายให้ผู้ที่แนะนำตนเข้าสู่ระบบ และแนะนำนาย(ข) จากนั้นนาย(ข) แนะนำนาย(ค) และก็จะได้รับเงินค่าแนะนำจากนาย(ค) ซึ่งแนะนำต่อไปเรื่อยๆ ส่วนรายได้จากแผนการตลาดจะมีการกำหนดจำนวนคนที่แนะนำเป็นจำนวนแน่นอน เช่น แนะนำ 10คน, 20คน กำหนดวันรับเงินค่าคอมมิชชั่นแน่นอน เช่น ทุกวันที่ 15 และ 30 ของเดือน การแนะนำเข้าสู่ธุรกิจไม่นิยมแนะนำผลิตภัณฑ์ จะชวนกันเรื่องแผนการตลาดเป็นส่วนใหญ่

กรรมวิธีของระบบพีรามิดจะซับซ้อน แต่เป็นขั้นเป็นตอนและพลิกแพลงไปเรื่อยเพื่อหลีกเลี่ยงข้อกฎหมาย ขอยกตัวอย่างที่พื้นฐานที่สุด เพื่อง่ายต่อการทำความเข้าใจ ในระบบนี้ผู้แนะนำจะขอให้กลุ่มเป้าหมายจ่ายเงินค่าสมัคร (สมมุติว่า 500บาท) ในค่าสมัคร 500บาทนี้ ผู้แนะนำจะได้รับ 200บาทเป็นค่าแนะนำ เมื่อสมัครแล้วก็จะทำการแนะนำคนอีก 10คน เข้าสู่ระบบโดยจ่ายเงินค่าสมัครคนละ 500บาทเช่นกัน ผู้แนะนำจะได้รับเงินจากค่าสมัครที่แนะนำเข้าสู่ระบบ 200 X 10 = 2,000 บาท ในขณะที่เขาจ่าย 500บาท คิดแล้วมีกำไร 1,500บาท หากจะทำให้ทุกคนได้รับเงิน จะต้องมีสมาชิกใหม่เข้าสู่ระบบตลอดกาล ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ

ฉะนั้นในระบบพีรามิดนี้จะมีคนเป็นจำนวนน้อยที่ได้รับเงินปริมาณมาก ขณะที่คนส่วนใหญ่จะเสียเงินตามที่ได้ลงทุนไป การที่ระบบพีรามิดถูกกำหนดว่าผิดกฎหมายเพราะการที่จะให้ผู้สมัครจ่ายเงินได้นั้น ผู้แนะนำจะต้องบอกผู้สมัครผู้นั้นว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงกว่าเงินลงทุน โดยเพียงแนะนำคนไม่ต้องขาย ไม่ต้องทำอะไร ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย ระบบในลักษณะดังกล่าวจึงเข้าข่ายการหลอกลวง ระบบพีรามิดได้ถูกกำหนดว่าผิดกฎหมายเพราะวิธีการชักจูงคนเข้าสู่ระบบ และทำให้บุคคลนั้นแนะนำบุคคลอื่นเข้าสู่ระบบ ซึ่งที่จริงเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องทั้งแง่กฎหมายและคุณธรรม ระบบนี้ไม่ได้ผิดกฎหมายเพราะการให้เงินแก่บุคคลอื่นนั้นไม่ผิดกฎหมาย แต่ที่ระบบนี้ผิดกฎหมายเพราะเป็นระบบที่ทำให้คนเข้าใจผิดว่าจะสามารถได้รับผลตอบแทนโดยขอให้ผู้สมัครจ่ายเงินลงทุน ซึ่งตรงกับภาษากฎหมายว่า “ฉ้อโกง” โดยกระทำในลักษณะแยบยลต่างๆกัน ธุรกิจไหนเป็นพีรามิดหรือไม่ มีแบบกว้างๆให้พิจารณาได้ดังนี้

1.รายรับของสมาชิกต้องเกิดจากความสามารถในการกระจายสินค้าโดยตนเองและทีมงานเท่านั้น

2.สินค้านั้นจะต้องมีผู้บริโภคอย่างแท้จริง มิใช่ซื้อไปเพื่อหวังรายได้ตอบแทนแต่อย่างเดียว

3.บริษัทต้องไม่หวังทำกำไรจากค่าสมัครสมาชิก แต่ได้กำไรจากการจำหน่ายสินค้าเป็นหลัก

หัวใจของการตลาดระบบเครือข่าย คือ ผู้ขายจะต้องเคยใช้สินค้าชนิดนั้นมาแล้ว และเห็นว่าสินค้านั้นมีคุณประโยชน์จริงๆ จากนั้นจึงแนะนำสินค้าให้แก่ญาติมิตร โดยได้รับการแบ่งกำไรในการมีส่วนช่วยกระจายสินค้านั้นอย่างยุติธรรม อะไรก็ตามที่เข้าสู่ระบบ การนำเงินจากผู้สมัครใหม่ไปจ่ายให้แก่ผู้แนะนำโดยเงินนั้นมิได้มาจากการกระจายสินค้าเพื่อบริโภค แต่กลับกลายเป็นเงินลงทุนโดยหวังผลตอบแทนที่มากกว่าเดิม ให้เข้าใจว่าระบบนั้น คือ ระบบพีรามิดจำแลง หรือไม่ก็ จอมปลอม
สาวกปูแดง on 21 January, 2010 11:13:30
avatar
การขายก้อต้องมีแรงจูงใจในการทำงานทั้งนั้นแหละ และแรงจูงใจที่เราอยากขายก็คือตัวเงินไง ถ้าทำแล้วไม่ได้อะไรแล้วอยากทราบว่าอยากมีใครหน้าไหนทำบ้าง อยากทราบพวกDSIเค้าจ้องจับแต่พวกทำมาหากินรึไง มีคนทำผิดกฎหมายอีกตั้งมาก ทำไมไม่ทำอะไรเลย นี่มาจับคนทำงานให้เค้าเสียหายแล้วรายได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้องของพวกเราที่ต้องกินต้องใช้ทุกวันล่ะ คุณจะเอามาให้พวกเราไหม...
ponn on 23 January, 2010 09:45:42
avatar
สมควรแล้วที่ DSI มาจับและปิดบริษัทนี้ เพราะว่า ตาสมปองนะ เล่นไม่ซื่อมากเลย สมาชิกปูแดงทุกคนรู้อยู่แก่ใจทุกคน แต่ใครจะเปิดใจยอมรับหรือปล่าวไม่รู้ ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าไคโตชานชนิดเข็มข้นนะใช้ได้ผลดีมากเลย สำหรับสัตว์ และเข้มข้นปานกลางใช้ได้ผลดีกับพืช ซึ่งในตอนแรกสินค้าบริษัทมีคุณภาพตามที่กล่าวมาจริง แต่เมื่อยอดขายขึ้นถึง 1000 ล้านก็เกิดความโลภสอดใส้สินค้า เปลี่ยนแพกเกตใหม่ ลดความเข้มข้นลงใสเหมือนน้ำ เกษตรกรใช้แล้วเริ่มไม่เห็นผล บางรายก็ขาดทุนโดยเฉพาะรายที่เอาไปใช้ในสัตว์ ผลผลิตเสียหายขาดทุนไปหลายรุ่น รายที่ใช้ในนาข้าวก็ต้องใช้ในปริมาณที่มากขึ้น ผมเป็นคนหนึ่งที่หลงชื่นชมตา สมปอง ว่าเป็นคนดีช่วยเหลือเกษตรตัวจริงแต่เมื่อรู้และเห็นกับตาตัวเอง ก็รู้สึกให้เศร้าใจว่าทำไมท่านถึงทำกับเกษตรกรผู้มีบุญคุณอุดหนุนท่านมาตลอด 1000 ล้านบาท ได้อย่างเลือดเย็น ถึงแม้ผมจะอโหสิกรรมให้ แต่เวรกรรมมีจริง เพราะท่านไม่อาจเหนือกรรมที่เคยทำมา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ผลกรรมตามไปได้ทุกนาที และนี่เป็นแค่เริ่มต้นครับ
ponn on 23 January, 2010 09:45:42
avatar
สมควรแล้วที่ DSI มาจับและปิดบริษัทนี้ เพราะว่า ตาสมปองนะ เล่นไม่ซื่อมากเลย สมาชิกปูแดงทุกคนรู้อยู่แก่ใจทุกคน แต่ใครจะเปิดใจยอมรับหรือปล่าวไม่รู้ ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าไคโตชานชนิดเข็มข้นนะใช้ได้ผลดีมากเลย สำหรับสัตว์ และเข้มข้นปานกลางใช้ได้ผลดีกับพืช ซึ่งในตอนแรกสินค้าบริษัทมีคุณภาพตามที่กล่าวมาจริง แต่เมื่อยอดขายขึ้นถึง 1000 ล้านก็เกิดความโลภสอดใส้สินค้า เปลี่ยนแพกเกตใหม่ ลดความเข้มข้นลงใสเหมือนน้ำ เกษตรกรใช้แล้วเริ่มไม่เห็นผล บางรายก็ขาดทุนโดยเฉพาะรายที่เอาไปใช้ในสัตว์ ผลผลิตเสียหายขาดทุนไปหลายรุ่น รายที่ใช้ในนาข้าวก็ต้องใช้ในปริมาณที่มากขึ้น ผมเป็นคนหนึ่งที่หลงชื่นชมตา สมปอง ว่าเป็นคนดีช่วยเหลือเกษตรตัวจริงแต่เมื่อรู้และเห็นกับตาตัวเอง ก็รู้สึกให้เศร้าใจว่าทำไมท่านถึงทำกับเกษตรกรผู้มีบุญคุณอุดหนุนท่านมาตลอด 1000 ล้านบาท ได้อย่างเลือดเย็น ถึงแม้ผมจะอโหสิกรรมให้ แต่เวรกรรมมีจริง เพราะท่านไม่อาจเหนือกรรมที่เคยทำมา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ผลกรรมตามไปได้ทุกนาที และนี่เป็นแค่เริ่มต้นครับ
ponn on 23 January, 2010 09:45:42
avatar
สมควรแล้วที่ DSI มาจับและปิดบริษัทนี้ เพราะว่า ตาสมปองนะ เล่นไม่ซื่อมากเลย สมาชิกปูแดงทุกคนรู้อยู่แก่ใจทุกคน แต่ใครจะเปิดใจยอมรับหรือปล่าวไม่รู้ ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าไคโตชานชนิดเข็มข้นนะใช้ได้ผลดีมากเลย สำหรับสัตว์ และเข้มข้นปานกลางใช้ได้ผลดีกับพืช ซึ่งในตอนแรกสินค้าบริษัทมีคุณภาพตามที่กล่าวมาจริง แต่เมื่อยอดขายขึ้นถึง 1000 ล้านก็เกิดความโลภสอดใส้สินค้า เปลี่ยนแพกเกตใหม่ ลดความเข้มข้นลงใสเหมือนน้ำ เกษตรกรใช้แล้วเริ่มไม่เห็นผล บางรายก็ขาดทุนโดยเฉพาะรายที่เอาไปใช้ในสัตว์ ผลผลิตเสียหายขาดทุนไปหลายรุ่น รายที่ใช้ในนาข้าวก็ต้องใช้ในปริมาณที่มากขึ้น ผมเป็นคนหนึ่งที่หลงชื่นชมตา สมปอง ว่าเป็นคนดีช่วยเหลือเกษตรตัวจริงแต่เมื่อรู้และเห็นกับตาตัวเอง ก็รู้สึกให้เศร้าใจว่าทำไมท่านถึงทำกับเกษตรกรผู้มีบุญคุณอุดหนุนท่านมาตลอด 1000 ล้านบาท ได้อย่างเลือดเย็น ถึงแม้ผมจะอโหสิกรรมให้ แต่เวรกรรมมีจริง เพราะท่านไม่อาจเหนือกรรมที่เคยทำมา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ผลกรรมตามไปได้ทุกนาที และนี่เป็นแค่เริ่มต้นครับ
.. .. on 24 January, 2010 01:01:12
avatar
อยากถามponnว่า ท่านประธานผิดตงไหนคับ
โปรดอ่าน
ข้อความทีท่าน ได้อ่านบนเวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้า ท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ info@pitakthai.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนิน การทันที ขอบพระคุณ

Post your comment comment

Please enter the code you see in the image:

  • email Email to a friend
  • print Print version
  • Plain text Plain text
Advertising
Tags
No tags for this article
Rate this article
4.00