Home | เศรษฐกิจ | โละสต็อกข้าวรัฐ 3แสนตัน ไอ้โม่งรีดใต้โต๊ะ

โละสต็อกข้าวรัฐ 3แสนตัน ไอ้โม่งรีดใต้โต๊ะ

     Font size: Decrease font Enlarge font
image

"พรทิวา นาคาศัย" เคาะระบายข้าวในสต็อกรัฐ 3 แสนตัน 14 ม.ค.นี้ จากทั้งหมด 6 ล้านตัน วงการค้าข้าวลือหึ่ง ไอ้โม่งรีดเงินใต้โต๊ะตันละ 500 บาท เผยหากอนุมัติขายตันละ 1.6 หมื่นบาท จะทำรัฐขาดทุน 3.6 พันล้าน..

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ในวันที่ 14 ม.ค.นี้ นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เตรียมประชุมคณะอนุกรรมการระบายข้าว เพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์การระบายข้าวสารในสต็อกรัฐบาล 300,000 ตัน จากสต็อกทั้งหมด 6 ล้านตัน เพราะเป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่ราคาข้าวอยู่ในช่วงขาขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ราคาข้าวตลาดในประเทศปรับตัวลดลงตันละประมาณ 700-800 บาท หลังจากมีข่าวว่ารัฐบาลจะเปิดระบายข้าวสารในสต็อก ทั้งนี้ เพราะผู้ส่งออกชะลอซื้อข้าวจากโรงสี เพื่อกดดันให้ราคาข้าวปรับตัวลดลง ทั้งที่ทิศทางราคาข้าวในตลาดโลกมีสัญญาณดีขึ้น จากความต้องการซื้อจากตลาดต่างประเทศเข้ามาต่อเนื่อง โดยแนวโน้มราคาข้าวสารหอมมะลิควรอยู่ที่กิโลกรัมละ 50 บาท ข้าวขาวกิโลกรัมละ 30-40 บาท

อย่างไรก็ตาม เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันหนาหูในตลาดค้าข้าวว่ารัฐบาลจะระบายข้าว 600,000 ตัน ในราคาตันละ 16,000 บาท โดยผู้ที่ต้องการซื้อข้าวครั้งนี้จะต้องจ่ายเงินให้กับผู้มีอำนาจทางการ เมืองตันละ 500 บาท ซึ่งหากอนุมัติขายตันละ 16,000 บาท จะทำให้รัฐบาลขาดทุนจากต้นทุนรับจำนำทันทีตันละ 6,000 บาท เพราะต้นทุนข้าวสารอยู่ที่ ตันละ 22,000 บาท หรือระบายข้าว 500,000-600,000 ตัน จะขาดทุนขั้นต่ำ 3,600 ล้านบาท แต่ผู้มีอำนาจทางการเมืองจะได้ค่าใช้จ่ายพิเศษถึง 300 ล้านบาท.

Comments (0 posted):

โปรดอ่าน
ข้อความทีท่าน ได้อ่านบนเวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้า ท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ info@pitakthai.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนิน การทันที ขอบพระคุณ

Post your comment comment

Please enter the code you see in the image:

  • email Email to a friend
  • print Print version
  • Plain text Plain text
Advertising
Tags
No tags for this article
Rate this article
0