Home | อาชญากรรม | รวบไอ้บ้ากามฆ่าข่มขืนดญ.11ปียังปากแข็ง

รวบไอ้บ้ากามฆ่าข่มขืนดญ.11ปียังปากแข็ง

     Font size: Decrease font Enlarge font

ตำรวจภาค 8 รวบไอ้หื่นฆ่าข่มขืน ดญ.วัย 11 ปี ได้แล้ว แต่ยังเล่นลิ้นปากแข็ง ให้การปฏิเสธ ตร.ได้หลักฐานคราบเลือดที่ติดเสื้อ และ รถจยย. นำไปตรวจดีเอ็นเอมัดตัว ชาวบ้านทราบข่าวเตรียมรอประชาทัณฑ์ แต่เก้อ...

กรณีคดีคนร้ายได้ลวง ด.ญ. อายุ 11 ปี จ.นครศรีธรรมราช ออกจากบ้านพาซ้อนท้ายขึ้นรถจักรยานยนต์ไปข่มขืนและฆ่าอย่างโหดเหี้ยม แล้วพาศพไปโยนทิ้งหมกใต้สะพานนาโพ๊ระ ริมถนนสายเสาเภา-ฉลอง ม.4 ต.ฉลอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ชาวบ้านไปพบศพถูกฆ่าโหด เมื่อบ่ายวันที่ 16 มกราคม 2553 ล่าสุดทาง ผบช.ภ.8 ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ รอง ผบช.ภ.8 นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนภาค 8 ลงพื้นที่ไปทำงานประสานข้อมูลกับตำรวจ สภ.สิชล และตำรวจ สภ.ท่าศาลา เพื่อร่วมกันเร่งคลี่คลายคดีติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญประชาชนมากคดีหนึ่ง ที่ทางผู้บังคับบัญชาให้ความสนใจเป็นพิเศษ และสืบสวนสอบสวนจนทราบตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้แล้วว่าคือ หนุ่มเดนคุกเพื่อนบ้านผู้ตาย ที่เคยติดคุกคดีลักทรัพย์ คดียาเสพติดและคดีอาวุธปืน และผู้ต้องสงสัยรายนี้อยู่ระหว่างการหลบหนีการประกันตัวในคดีอาวุธปืน ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า ในที่สุดทางตำรวจสามารถติดตามจับกุม ผู้ต้องสงสัยรายนี้ได้แล้ว เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 20 ม.ค.2553 พ.ต.ท.สุริศักดิ์ วิชัยดิษฐ์ รอง ผกก.ศูนย์สืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 ได้นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนภาค 8 จำนวนหนึ่ง สืบทราบว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้คือ นายจเร ปานมาก อายุ 32 ปี กำลังจะหลบหนีไปขึ้นรถทัวร์เข้ากรุงเทพมหานคร ที่บริเวณท่ารถทัวร์ บขส. ในท้องที่ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.สุริศักดิ์ จึงนำกำลังตำรวจชุดสืบสวนภาค 8 จำนวนหนึ่งไปดักจับกุม ขณะซื้อตั๋วรถทัวร์เตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร

จากนั้น พ.ต.ท.สุริศักดิ์ ได้คุมตัวนายจเร มาสอบสวนปากคำ ที่ศูนย์สืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 โดยมี พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ รอง ผบช.ภ.8 ,พ.ต.อ.สมยศ แก้วบังเกิด ผกก.ศูนย์สืบสวนตำรวจภูธรภาค 8,พ.ต.อ.เชาว์ศิลป์ บุญประดิษฐ์ ผกก.สภ.สิชล ได้ร่วมกันสอบสวนปากคำนายจเรฯอย่างเคร่งเครียดตลอดเวลาแต่ปรากฏว่าผู้ต้อง สงสัยยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แบบไม่สะทกสะท้าน ตำรวจได้นำตัวนายจเร ไปตรวจปัสสาวะพบว่ามีฉี่สีม่วง จึงดำเนินคดีนายจเรในข้อหาเสพยาเสพติด (ยาบ้า) ไว้ในเบื้องต้นก่อน

จากนั้น ได้นำนายจเร ไปตรวจร่างกาย พบตามร่างกายมีร่องรอยขีดข่วนหลายแห่ง และนำตัวนายจเร ไปตรวจค้นที่บ้านพักของพ่อและเมีย ของนายจเรในท้องที่ ต.บ้านใน อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี พบเสื้อยืดคอกลมสีขาวมีร่องรอยคราบเลือด ซึ่งคาดว่าเป็นเลือดของ ดญ.วัย 11 ปีผู้ตาย และนอกจากนั้นทางตำรวจชุดดังกล่าวยังนำตัวนายจเร ไปตรวจยึดรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซุกิ สแมทซ์สีแดงดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งเป็นของนายจเร ที่นำไปจำนำไว้กับเพื่อนสนิทคนหนึ่งในตลาดอำเภอพุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ในราคา 6,500 บาท จากการตรวจบริเวณเบาะนั่งรถจักรยานยนต์ และตัวถังรถจักรยานยนต์ ก็พบคราบเลือดจำนวนมาก จึงติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองวิทยาการ มาตรวจเก็บหาร่องรอยหลักฐานคราบเลือดที่รถจักรยานยนต์ และคราบเลือดที่เสื้อยืดคอกลมสีขาวของ นายจเร ผู้ต้องสงสัยรายนี้ ก่อนส่งหลักฐานทั้งหมดรีบนำส่งสถาบันนิติเวช กทม. เพื่อตรวจดีเอ็นเอ ว่าคราบเลือดที่พบเป็นของ ด.ญ.วัย 11 ปี ผู้ตายหรือไม่ และตรวจหาดีเอ็นเอจากขนเพชรของนายจเร ว่าตรงกับดีเอ็นเอจากขนเพชร จำนวน 2 เส้นที่พบตัวผู้ตายในวันเกิดเหตุหรือไม่ต่อไป ซึ่งคาดว่าจะทราบผลการตรวจดีเอ็นเอภายในวันสองวันนี้ และหากผลการตรวจดีเอ็นเอไปตรงกับตัวผู้ตายและพบว่าเป็นขนเพชรของนายจเร จะเสนออนุมัติศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชออกหมายจับนายเจร ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป และแจ้งข้อหา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

แหล่ง ข่าวในชุดสืบสวนคนหนึ่ง เปิดเผยว่า ความสำเร็จในการแกะรอยติดตามจับกุมตัวนายจเร ผู้ต้องหาหื่นกามรายนี้ จนสำเร็จนั้นเริ่มจากตำรวจชุดสืบสวนได้สืบทราบว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้คือ นายจเร ตำรวจจึงติดตามไปที่บ้านพ่อและเมียของนายจเร ที่ อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี และตามประกบสืบสวน นางแพร ภรรยาของนายจเร ซึ่งทำงานที่ร้านอาหารคาราโอเกะ อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี จนทราบว่านายจเรกำลังนำรถจักรยานยนต์ ไปจำนำ เพื่อหาเงินหลบหนีไปที่ จ.ยะลา แต่ความจริงนายจเร นำรถรถจักรยานยนต์ ไปจำนำกับเพื่อนสนิทคนหนี่งใน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อหาเงินเดินทางหลบหนีไปอยู่เมียอีกคนหนึ่ง เมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว แต่ถูกตำรวจชุดสืบสวนภาค 8 ติดตามจับกุมได้คาท่ารถทัวร์ สถานี รถ บขส.สุราษฎร์ธานีดังกล่าว

แหล่ง ข่าวคนดังกล่าว เปิดเผยอีกว่า ตำรวจได้สืบสวนทราบว่าเย็นวันเกิดเหตุวันที่ 15 ม.ค.นายจเร ได้ลวงผู้ตาย ซึ่งรู้จักสนิทกันดีออกจากบ้านพักใน อ.ท่าศาลา ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปข่มขืนแล้วฆ่าหมกสะพานอย่างโหดเหี้ยมที่ ต.ฉลอง อ.สิชล จากนั้นนายจเร ได้ขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว หลบหนีออกจากที่เกิดเหตุไปหาพ่อที่ อ.ดอนสัก สุราษฎร์ธานีแล้วไปหานางแพร ไม่ทราบนามสกุล ภรรยาที่ทำงานร้านอาหารคาราโอเกะที่ อ.ดอนสัก สุราษฎร์ธานี โดยนายจเรบอกกับเมียว่า อยู่ไม่ได้แล้ว เพราะมีเรื่องที่ จ.นครศรีธรรมราช ตำรวจต้องติดตามตัวมาที่ อ.ดอนสักแน่ จึงวางแผนจะหลบหนีไปที่ จ.ยะลา โดยนำรถจยย.ไปจำนำกับเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่ อ.พุนพิน สุราษฎร์ธานี ในราคา 6,500 บาท แต่ความจริงนายจเร โทรศัพท์ไปหาภรรยาอีกคนที่เมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาวว่า จะหลบหนีไปอยู่กับภรรยาอีกที่เมืองเวียงจันทน์ แต่มาพลาดถูกจับกุมได้คาท่ารถทัวร์

พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ รอง ผบช.ภ. 8 เปิดเผยว่า คดีนี้แม้ทางผู้ต้องสงสัยยังปฏิเสธเสียงแข็ง แต่ตำรวจมั่นใจจับไม่ผิดตัว มีพยานหลักฐานมัดแน่นหนา และกำลังรอผลตรวจดีเอ็นเอ จากคราบเลือด ที่พบในเสื้อนายจเร จากคราบเลือดที่รถจักรยานยนต์ ของนายเจรว่า เป็นคราบเลือดของผู้ตายหรือไม่

พล.ต.ต .ก่อเกียรติ กล่าวอีกว่า  ได้มีชาวบ้านใน อ.สิชล และ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ทราบข่าวการจับกุมตัวนายจเร คนร้ายรายนี้แล้ว และลือกันว่าจะนำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่เกิดเหตุที่ อ.สิชล และที่บ้านพักผู้ตายที่ อ.ท่าศาลา จึงแห่พามารอดูการทำแผนจำนวนมาก เพื่อเตรียมประชาทัณฑ์นายจเร ผู้ต้องสงสัยรายนี้ แต่ต่างผิดหวัง เพราะมีตำรวจมาแจ้งว่าไม่มีการทำแผนในวันนี้ เพราะผู้ต้องสงสัยยังไม่รับสารภาพ ต้องรอผลการตรวจดีเอ็นเอก่อน ถึงจะแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยรายนี้ได้

Comments (0 posted):

โปรดอ่าน
ข้อความทีท่าน ได้อ่านบนเวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้า ท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ info@pitakthai.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนิน การทันที ขอบพระคุณ

Post your comment comment

Please enter the code you see in the image:

  • email Email to a friend
  • print Print version
  • Plain text Plain text
Advertising
Tags
No tags for this article
Rate this article
0